| << | April 2008 | >> | ||||
| S | M | T | W | TH | F | S |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
|
แมลงสาบ(Cockroaches) คือ แมลงชนิดหนึ่ง โดยชื่อภาษาอังกฤษนั้นมีที่มาจากภาษาละติน ส่วนชื่อไทยนั้นคำว่าสาบ หมายถึง กลิ่นเหม็นสาบ เหม็นอับนั่นเอง แมลงสาบนั้น โดยทั่วไปที่รู้จักกันดีจะเป็นสายพันธุ์ Periplaneta americana ซึ่งสายพันธุ์นี้มีลำตัวยาวประมาณ 3 เซนติเมตร แมลงสาบอยู่ในวงศ์ Blattidae ส่วนแมลงสาบไทยหรือแมลงสาบในสายพันธุ์เอเชียจะอยู่ในวงศ์ Blattella asahinai ซึ่งมีความยาวลำตัวประมาณ 2 เซนติเมตรขึ้นไป ความเป็นมาและวิวัฒนาการของแมลงสาบ วิวัฒนาการของแมลงสาบ จากการศึกษาซากฟอสซิลของแมลงสาบ บ่งชี้ได้ว่า แมลงสาบได้ถือกำเนิดมาบนโลกนี้ยาวนานกว่ามนุษย์หลายเท่า เพราะมันได้เกิดมาตั้งแต่ยุคโบราณ(Carboniferous) 354 - 295 ล้านปีมาแล้ว ความแตกต่างของแมลงสาบโบราณกับแมลงสาบในปัจจุบัน คือช่องออกไข่ที่ปลายช่องท้องของมัน และมีการค้นพบฟอสซิลแมลงสาบที่เป็นยุคปัจจุบันคือมีรังไข่เหมือนกับปัจจุบันในยุคที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์จากโลกไปแล้ว หรือที่เรียกว่ายุค Mesozoic แมลงสาบสามารถปรับตัวได้กับทุกสภาพแวดล้อม เนื่องจากการที่แมลงสาบกินทุกอย่างเป็นอาหาร บางสายพันธุ์สามารถกินไม้ได้ด้วย แมลงสาบจะปรากฏตัวให้เห็นอยู่่ในประเทศที่เป็นเขตเมืองร้อน แมลงสาบในประเทศไทยจะอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน แหล่งของเสีย ขยะ แมลงสาบที่พบในประเทศไทย ที่สำคัญๆ ได้แก่ 1. แมลงสาบอเมริกัน ( American cockroach ) มีแหล่งกำเนิดในแอฟริกา เป็นแมลงสาบที่มีลำตัวขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 30 - 40 ม.ม. สีน้ำตาลแดง ปีกยาวทั้งตัวผู้และตัวเมีย บินเก่ง ชอบออกหากินในเวลากลางคืน กลางวันจะนอนพัก หรือหลบซ่อนตัวตามซอกมุม ใต้ตู้ ชั้นเก็บของ ในที่มืด อับ จะพบมากตามโกดังเก็บสินค้า หรือบ้านเรือนทั่วไป โตเต็มวัยเมื่อ 7 วัน อายุ 4 - 7 วันเริ่มผสมพันธุ์ วางไข่ครั้งละ 16 - 28 ฟอง ( 1 Ootheca ) ตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ 22 40 Ootheca ฟักภายใน 30 - 46 วัน มีอายุประมาณ 212 - 294 วัน ชอบอากาศอบอุ่นและชื้น 2. แมลงสาบออสเตรเลีย ( Australia cockroach ) มีแหล่งกำเหนิดในแอ๊ฟริกา แต่จะพบมากในเขตอบอุ่นและเขตร้อนรวมทั้งประเทศไทย มีขนาดใหญ่ ลำตัวยาวประมาณ 27 33 ม.ม. แต่เล็กกว่า อเมริกาเล็กน้อย สีเข้มกว่า มีแถบสีอ่อนอยู่ด้านข้างของปีกคู่แรก มีแถบสีเหลืองที่ทรวงอกท่อนแรก บินได้เก่ง Pronotum จะมีสีดำเป็นกลุ่มเห็นชัด มีการเจริญเติบโตแบบลอกคราบ มีอายุยืนประมาณ 170 304 วัน พบได้เช่นเดียวกับแมลงสาบอเมริกันแต่จำนวนน้อยกว่า 3. แมลงสาบสามัญ ( Common cockroach , Oriental Cockroach ) เป็นแมลงสาบตัวขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 22 27 ม.ม. ตัวสีน้ำตาลเข้มหรือดำ และมีลายสีเหลืองหรือขาวเด่นชัดด้านบนทรวงอกทั้ง 3 ท่อนและขอบด้านนอกของส่วนท้อง ตัวเมียไม่มีปีก ส่วนตัวผู้จะมีปีกสั้นๆ เพียง 1/4 ของส่วนท้อง แต่บินไม่ได้ แมลงสาบชนิดนี้มักอยู่กันเป็นกลุ่มๆ ในที่มืด ตามซอกที่เก็บของ กองหนังสือเก่าๆ เป็นต้น 4. แมลงสาบเยอรมัน ( German cockroach, Blatella germanica ) มีลำตัวสีน้ำตาลอ่อน ยาว ขนาดประมาณครึ่งนิ้ว ปีกยาวทั้งสองเพศ บินเก่ง ที่ด้านหลังของทรวงอกท่อนแรก ( Pronotum ) มีแถบสีดำสองแถบ เห็นชัดเจน มีอายุประมาณ 100 วัน ชอบอากาศอบอุ่น ตัวเต็มวัย 7 10 วันจะผสมพันธุ์ ตัวเมียที่มีไข่จะลากเกราะหุ้มไข่ติดกับท้องตลอดเวลาจนกว่าไข่จะสุก ประมาณ 2 - 4 สัปดาห์ แมลงสาบชนิดนี้จะพบบ้างประปรายตามบ้านเรือน แต่ในเรือใหญ่ๆ เช่นเรือรบ เรือสินค้า จะประสบปัญหาจากการรบกวนของแมลงพวกนี้มาก แพร่พันธุ์ได้เร็วมาก ปัจจุบันพบว่าแมลงพวกนี้ต้านยากำจัดแมลงพวก Hydrocarbon series เช่น DDT. Dieldrin 5. แมลงสาบลายน้ำตาล ( Brown Banded cockroach ) มีตัวขนาดเท่ากับแมลงสาบเยอรมัน สีน้ำตาลอ่อน ลักษณะที่สังเกตได้ง่ายคือแถบสีน้ำตาลพาดผ่านเป็นสองแถบที่ปีก แมลงสาบชนิดนี้จะอยู่เป็นกลุ่มๆ ในกล่องหรือปีบ ซอกที่มืดทึบ แต่พบน้อยมาก หากินไม่ไกลจากที่อยู่อาศัย 6. แมลงสาบสีดำ หรือแมลงแกลบ ( Surinum cockroach) ตัวมีสีน้ำตาลเข้มหรือดำ ขนาดยาว 18 24 ม.ม. มักพบอยู่ตามดินไต้กองขยะ กองใบไหม้ เวลากลางคืนอาจบินเข้ามาตามแสงไฟในบ้านบ้าง เพศของแมลงสาบ แมลงสาบตัวผู้กับตัวเมีย ความแตกต่างของมัน ให้สังเกตที่ปลายท้อง ตัวผู้จะมีระยางค์ 2 คู่ที่ใช้รับความรู้สึกและใช้ผสมพันธุ์ ส่วนตัวเมียจะมีระยางค์ที่เป็นแผ่นแบนๆ ใช้สำหรับวางไข่ตามมุมห้องหรือซอกเล็กๆ การวางไข่ของตัวเมียนั้น จะมีการปล่อยน้ำที่มีความเหนียว สีขาวขุ่นออกมา ทำหน้าที่เพื่อให้ไข่นั้นติดนานไป ไข่เมื่อโตเต็มที่จะมีสีเหมือนเม็ดมะขามแต่ขนาดเล็กกว่า โรคที่ตามมากับแมลงสาบ ด้วยแหล่งอาศัยของแมลงสาบจะอยู่ตามขยะ ของเสีย แมลงสาบจึงนำมาสู่เชื้อโรคมากมายที่เป็นพาหะนำโรคมาสู่คน เช่น ท้องเดิน บิด ไทฟอยด์ อหิวาห์ตกโรค อาหารเป็นพิษ โรคผิวหนัง และอาการแพ้ในระบบทางเดินหายใจ ฯลฯ |